ทำผลงานได้ ตามเป้าภายหลังเปิดบ้านไล่แซง ช่วงท้ายเกม 2-1 จากประตูชัย

ทำผลงานได้

ทำผลงานได้ เก็บเพิ่มเป็น 60 คะแนนยึดอับดับ 2 เหนียวแน่นทิ้งห่าง จิ้งจอก 4 แต้ม 

ทำผลงานได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พึ่งจะไม่เข้ารอบ เอฟเอ คัพ รอบ 8 กลุ่มในที่สุด โดยการบุกไปพ่ายแพ้ เลสเตอร์ 1-3 ในเกมปัจจุบัน ส่วนผลงานในลีกเปิดรังเชือดชนะ เวสต์แฮม 1-0 รั้งชั้น 2 ของตารางคะแนนณ ตอนนี้ คลาดโอกาส

ทางฝั่ง ไบรท์ตัน ของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ คว้าชัยมา 2 ครั้งติดกัน เกมปัจจุบันพึ่งเปิดรังถล่มใส่ นิวคาสเซิ่ล 3-0 ทำผลงานได้ ทำให้ปัจจุบันนี้ยังรั้งชั้น 16 ในตารางคะแนนอย่างเดิม มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นอยู่ 6 คะแนน 4 นาทีผ่าน “ภูติผีแดง” ทักก่อนเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด แปะบอลตั้งให้ แฟนันด์ส ได้โอกาสอัดด้วยขวาหน้าเส้น 18 หลาแต่ว่าโดนไม่ดีโผบินผ่านคานออกหลังไป

นาทีที่ 8 แมนยู เสียโอกาสทองคำ จากลูกสูตรฟรีคิก แฟนันด์ส หยอดเข้าจุดโทษไปติดหัว ทำผลงานได้ ลูอิส ดังค์ กระแทกสกัดไม่ดีเข้าทาง เมสัน กรีนวู้ด ขยับมาตวัดตามน้ำด้วยขวาบอลผ่านมือ ชนโคนเสาแรกกระเด้งออกมา

ทำผลงานได้

แม้กระนั้นแล้วนาทีที่ 13 เปลี่ยนเป็น ทะยานออกนำ 1-0 ครั้งนี้เป็น ปาสกาล โกรสส์ เก็บบอลแหวกขึ้นมาแทงออกขวาให้ นีล โมเปย์! ตักเข้าจุดโทษผ่านมาถึง แดนนี่ เวลเบ็ค ใส่ตัดหน้า แอรอนวาน-บิสซาก้า กระแทกไปติดเท้า ดีน เฮนเดอร์สัน ลอยขึ้นมาโหม่งซ้ำอีกรอบไม่เหลือ

5 นาทีถัดมา เร่งเครื่องไม่หยุดจากลูกฟรีคิกทางขอบเส้นฝั่งซ้าย ปาสกาล โกรสส์ ปั่นบอลเข้าจุดโทษมาตกใส่หัว ลูอิส ดังค์ โฉบชิง แอรอน วาน-บิสซาก้า กระแทกติดปลายมือ ดีน เฮนเดอร์สัน ขัดคานบนหลุดออกหลัง

นาทีที่ 27 “ภูติผีปีศาจแดง” หวิดโดนเพิ่มเป็นลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายบอลโค้งลึกมาเข้ามือ ดีน เฮนเดอร์สัน รับพลาดหลุดมือโชคดีจังหวะสม่ำเสมอเพื่อนช่วยหวดทิ้งออกไปได้ทัน

ก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาทียังคงเป็น กลุ่มเยี่ยม ทำเป็นดีมากกว่าได้ลุ้นประตูเพิ่มจากลูกยิงไกลของ ปาสกาล โกรสส์ แล้วก็จังหวะของ อดัม ลัลล่าน่า สัมผัสข้าจุดโทษบอลเกือบจะเข้าทาง นีล โมเปย์

แต่ว่าโดนจัดการออกมาเฉียด นาทีที่ 45+1 จากลูกเตะมุมด้านขวาบอลโค้งเข้าจุดโทษไถลผู้เล่น แมนยู เปลี่ยนทางมาเข้าเท้า ยาคุป โมเดอร์ ตวัดด้วยขวาผ่านบล็อค มาร์คัส แรชฟอร์ด เบียดเสาแรกออกไปได้เสียว

หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 0 ไบรท์ตัน 1 นาทีที่ 52 “ซาตานแดง” ออกหมัดก่อน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ดันขึ้นมาพนันบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับหนี อดัม ลัลล่าน่า ได้โอกาสตะบันด้วยขวาก็ยังไปตรงตัว โรเบิร์ต ซานเชซ ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

ถัดมาตอนนี้เป็น ปอล ป็อกบา ตักบอลเข้าจุดโทษให้ บรูโน่ หลุดกับล้ำหน้าแตะต้องเข้าจุดโทษ

แม้กระนั้น จังหวะยิงมุมไม่มีโดน ออกมาตะปปจากเท้า แต่แล้วนาทีที่ 62 แมนฯ ยูไนเต็ด มาตามตีเสมอ 1-1 จากข้อผิดพลาดของ โจเอล เฟลท์มัน! เสีบบอลในที่สุดเป็น แฟนันด์ส ลากขึ้นมาแทงเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใส่มาแปด้วยขวาเรียดผ่านมือ โรเบิร์ต ซานเชซ ตุงตาข่าย

กำลังเหิมใจนาทีที่ 65 เจ้าถิ่น โหมไม่หยุด แอรอน วาน-บิสซาก้า พาบอลดึงขึ้นมาได้โอกาสตบเข้าเขตโทษถึง เมสัน กรีนวู้ด ตั้งเท้าแปด้วยซ้ายแต่ว่าโดนดกเกินหลุดออกหลังอย่างโชคร้าย! 20 นาทีท้ายที่สุดจากจังหวะหน้าจุดโทษ ปอล ป็อกบา แปะบอลให้ เฟร็ด ตะบันด้วยซ้ายไถลบล็อค อเล็กสิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ห้อยข้ามมือ โรเบิร์ต ซานเชซ ตกใส่ภายหลังตาข่าย

ทำผลงานได้

บุกเพลิดเพลินเกือบจะโดนหมัดน็อค สวนกลับแทบได้เฮ ทำผลงานได้ จากบอลยาววางให้ นีล โมเปย์ ขยับมารับก่อนได้โอกาสแทงเข้าจุดโทษเกือบจะถึง แดนนี่ เวลเบ็ค

แม้กระนั้นโดน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ตามมาแซะทำลายจังหวะหล่นลงไปท้ายที่สุดบอลไหลผ่านมือ ดีน เฮนเดอร์สัน หลุดออกข้างหลัง ดูบอลสด

จากจังหวะนี้ ไมค์ ดีน รอฟังสัญญาณ วีเออาร์ เนื่องจากว่าภาพช้าเหมือน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เจตนาใช้แขนผลักก่อน แดนนี่ เวลเบ็ค ทิ้งตัวหล่นลงไปโชคดีตกลงใจไม่ให้เป็นจุดลูกโทษ

นาทีที่ 77 จากลูกยิงไกลของ บรูโน่ ซัดบอลกระเด้งพื้นติดเซฟ ล้วงออกมาเข้าทาง แดเนี่ยล เจมส์ จ่ายแม้กระทั่ง เมสัน กรีนวู้ด ทิ้งตัวทิ่มแทงด้วยขวาห้อยผ่านคานไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุดนาทีที่ 83 “ซาตานแดง” ทะยานออกนำ 2-1 จากบอลทางด้านซ้ายของ บรูโน่ ใส่เข้าจุดโทษก่อนตักผ่านมาเสาไกลถึง ปอล ป็อกบา ตวัดตามน้ำโดนไม่เต็ม แม้กระนั้น เปลี่ยนเป็นเข้าทาง เมสัน กรีนวู้ด ทิ้งตัวกระแทกหน้ากรอบ 6 หลาผ่านมือ ไถลขา เบน ไวท์ ที่ยืนคุมเส้นซุกก้นตาข่าย ต่อจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ไบรท์ตัน 1

  • รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.84), เฟร็ด – บรูโน่ แฟนันด์ส, เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด (แดเนี่ยล เจมส์ น.72) – เอดินสัน คาวานี่ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.82)

ไบรท์ตัน (3-4-1-2) : โรเบิร์ต ซานเชซ – เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, โจเอล เฟลท์มัน – ปาสกาล โกรสส์, อดัม ลัลล่าน่า (อันดี้ เซกิรี่ น.88), อีฟส์ บิสซูม่า, ยาคุป โมเดอร์ (อาลีเรซ่า จาฮานบัคช์ น.87) – เลอันโดร ทรอสซาร์ (อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ น.63) – นีล โมเปย์, แดนนี่ เวลเบ็ค