งงเต๊กเป็นไก่ ภายหลังจากนำกองทัพ ทำผลงานตกไม่เว้นได้โดยตลอด

งงเต๊กเป็นไก่

งงเต๊กเป็นไก่ แพ้คาบ้าน ทำให้พวกเขามีสถิติสุดทรามสำหรับเพื่อการแพ้ 6 แมตช์ต่อเนื่อง 

งงเต๊กเป็นไก่ สำคัญทำประตูคู่ต่อสู้ได้เพียงแค่ 2 จากการเล่นเกมลีกในถิ่นตนเอง ซึ่งจำต้องบอกเลยว่านี่เป็นวิกฤติเกมรุกที่น่าวิตกอย่างมาก สำหรับเวลานี้สถานการณ์สำหรับเพื่อการลุ้นชั้นท็อปโฟร์ของ “ลิเวอร์พูล” ยิ่งไกลห่างเต็มกำลัง รวมทั้งถ้าฟอร์มยังไม่รู้สึกตัวอย่างงี้ถัดไป มีสิทธิ์ที่พวกเขาจะทำชั้นตกไปอยู่ครึ่งล่างของตารางลีก ซึ่งถึงว่าตกต่ำอย่างยิ่ง

  • ความล้มเหลวในการวางแผน 

จุดที่ทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ โดนติชมมาตลอดนับจากที่เข้ามาจับบังเหียนหงส์แดง งงเต๊กเป็นไก่ ก็คือการที่พวกเขาขาดแผนสำรอง หรือ “แผนบี” ถ้าหากกลุ่มจำเป็นต้องประสบปัญหาสำหรับเพื่อการเล่น หรือโดนคู่ต่อสู้จับทางได้ ในเกมนี้จะต้อง

สำหรับแมตช์จัดการกับ ฟูแล่ม จะต้องพูดว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน ทำสิ่งที่สาวก “เดอะ ค็อป” จำต้องอึ้ง เนื่องจากว่าเขาเลือกที่จะโรเตชั่นทีมจำนวนมาก ซึ่งจะพูดว่านี่เป็น “แผนบี” ก็ไม่น่าจะใช้ เพราะว่ากลุ่มต้องคว้าแชมป์ แต่ว่าดันใส่ผู้เล่นที่ดูแล้วราวกับ “ลิเวอร์พูล” ยอมแพ้กับการลุ้นท็อปโฟร์ไปแล้ว

งงเต๊กเป็นไก่

จะต้องบอกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงกลุ่ม ในแมตช์นี้นับว่าเป็นความล้มเหลวอย่างยิ่งสำหรับ ด้วยเหตุว่าเขายึดแท็กติกเดิมๆ

สำหรับเพื่อการให้แนวรับดันขึ้นสูง โดยฟูลแบ็กทั้งสองข้างมักวิ่งเพิ่มเติมเกมบุกแล้วก็ทิ้งเซนเตอร์แบ็กเอาไว้ ซึ่งโน่นทำให้กลุ่มมีพื้นที่ว่างในแผงหลังมากไม่น้อยเลยทีเดียว

แน่ๆว่าสาวก “เดอะ ค็อป” คงจะมีปัญหาคาใจว่าเพราะเหตุใด ถึงโรเตชั่นทีมมากไม่น้อยเลยทีเดียวโดยยิ่งไปกว่านั้นเกมรับที่ส่ง เนโก วิลเลี่ยมส์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์ แล้วก็ รีส วิลเลี่ยมส์ ลงเป็นตัวจริง เพราะเหตุว่ากระบวนการทำอย่างนี้มันดูราวกับว่าเขาจะไม่สนใจเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว

  • เกมรุกไร้ประสิทธิภาพเกินจะรับไหว

ตอนนี้จำต้องสารภาพว่าเกมรุกของ หงส์แดง ขาดสมรรถนะจนกระทั่งหน้าใจหายใจคว่ำ เนื่องจากพวกเขายิงได้เพียงแค่ 2 ประตูจากการลงเล่น 6 เกมหลังสุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ซึ่งทำให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ของ “ลิเวอร์พูล” มิได้อยู่ที่เกมรับอย่างที่คนไม่ใช่น้อยตื่นตระหนก

ช่วงต้นฤดูกาลแฟนบอล “เดอะ เร้ดส์” เป็นห่วงว่าทีมจะมีปัญหา

เพราะพวกเขามีปัญหานักฟุตบอลแผงหลังตัวหลักเจ็บหนักทั้งยัง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ รวมทั้ง โจ โกเมซ แล้วก็มาถึงคิว โฌแอล มาติป แม้กระนั้นการใช้ ฟาบินโญ่ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับทำให้กลุ่มมีเกมรับที่แกร่ง

สวนกับแนวรุกของกลุ่มทั้งยัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ฟอร์มตกตลอดหมดตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ตอนที่ ดีโอโก้ โชต้า เพิ่งหายเจ็บกลับมาฟอร์มก็ยังไม่เข้าที่ ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

ที่สำคัญฟอร์มของ ซาลาห์ ในเกมนี้ออกจะน่ากังวล เพราะว่าเกมรุกก็ไม่ดี แถมยังมีส่วนทำให้กลุ่มจำต้องเสียประตูก่อนหมดเวลาครึ่งแรกจากการเล่นที่ประมาทรอบๆหน้ากรอบจุดโทษ งานนี้บอกเลยว่า คล็อปป์ จำต้องรีบจูนภาวะจิตใจบรรดาแผงหน้าของกลุ่มให้คืนฟอร์มให้เร็วที่สุด

  • ไม่มีใครกลัววิธีการเล่นวิ่งสู้ฟัดของ ลิเวอร์พูล อีกแล้ว

ย้อนไปตอน 2-3 ปีที่ล่วงเลยไป หงส์แดง เป็นกลุ่มที่มีการเล่นที่ดุเดือดอย่างมาก จนถึงคนจำนวนไม่น้อยยกให้พวกเขาเป็นกลุ่มที่เล่นบอลแนว “เฮฟวี่เมทัล” ได้มันบันเทิงใจตื่นเต้น และไม่มีคำว่าล้า จนกระทั่งบรรดาคู่ปรับต่างกลัวในช่วงเวลาที่พบกับ “ลิเวอร์พูล”

อย่างไรก็ดีในช่วงปลายเดือนธันวามคก่อนหน้านี้ “เดอะ เร้ดส์” ฟอร์มหล่นไม่เว้นแบบแปลกตา โดยพวกเขาแพ้ 6 จาก 7 เกมลีกหลังสุด และก็ยังเป็นการแพ้ 6 แมตช์ต่อเนื่องกันในบ้าน ภายหลังที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสร้างสถิติไม่มีปราชัยในแอนฟิลด์นานกว่า 3 ปี

งงเต๊กเป็นไก่

หนึ่งในผลงานที่ตกต่ำของ หงส์แดง มาจากการที่คู่ปรับของพวกเขามิได้รู้สึกหวาดหวั่นกับขั้นตอนการเล่นที่ย้ำเดินหน้าฆ่าลูกเดียวเสมือนที่เคยทำเป็น เพราะนักฟุตบอลของ “ลิเวอร์พูล” มิได้มีสภาพร่างกายที่กล้าแกร่งเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

เพียงแค่ได้มองเห็นชื่อ 3 ผสาน มาเน่, ซาลาห์ และก็ ฟีร์มีโน่ บรรดาแนวรับคู่แข่งก็มิได้ยี่หระที่จะต่อกรกับพวกเขา ด้วยเหตุว่ากระบวนการเล่นแบบเดิมๆ ทำให้ไม่มีอะไรจำต้องหวาดหวั่น

สำหรับเพื่อการจัดการกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญในเวลานี้ภาวะจิตใจของ “หงส์แดง” ตกต่ำอย่างยิ่ง ก็เลยไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเพื่อการพบกับพวกเขาณ ตอนนี้

  • เกอิต้า-โชต้า คืนทัพตัวจริง

หนึ่งในสิ่งที่คงจะพอเพียงยิ้มได้ในแมตช์นี้ก็คือการได้มองเห็น นาบี เกอิต้า แล้วก็ ดีโอโก้ โชต้า ฟิตบริบูรณ์กลับมาลงเล่นตัวจริงอีกที ภายหลังที่ทั้งคู่คนหายไปจากสนามมานาน ซึ่งนี่นับว่าเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ปรารถนาเป็นอย่างมาก เพราะตอนก่อนหน้านี้เขามีตัวเลือกในดินแดนกึ่งกลางแล้วก็ดินแดนหน้าที่จำกัดอย่างมาก

การที่ได้ เกอิต้า มาช่วยส่งเสริมเกมรุกทำให้ หงส์แดง มีการเล่นที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น โดยนักฟุตบอลได้ชี้ให้เห็นถึงความสามารถส่วนตัว รวมทั้งความมุ่งมั่นสำหรับการช่วยเกมรุกของกลุ่ม แม้กระนั้นโชคร้ายที่สภาพร่างกายของเขาพึ่งจะบริบูรณ์ทำให้ยังมิได้โชว์พลังเคลื่อนมากสักเท่าไรนัก

ตอนที่ โชต้า ทำผลงานได้สะดุดตาในตอนต้นเกม และก็มีโอกาสทำประตูในตอนช่วงหลังด้วย แต่ว่าโชคร้ายที่ทำไม่เสร็จ อย่างไรก็ดีเมื่อมองดูภาพรวมแล้วจัดว่าว่าทั้งคู่คนเล่นได้ดิบได้ดีมากๆและก็ในตอนที่เหลืออยู่ของฤดูกาลคงจะช่วยทำให้ “เดอะ เร้ดส์” ทำผลงานได้ดิบได้ดีขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ เกอิต้า รวมทั้ง โชต้า คืนสู่กองทัพใหญ่จะก่อให้เกิดการชิงชัยภายในกลุ่มเพิ่มมากขึ้น และก็ทำให้บรรดาผู้เล่นที่เหลืออยู่จำเป็นต้องบากบั่นรีดฟอร์มเก่งออกมา ซึ่งโน่นเป็นการดีสำหรับ คล็อปป์ สำหรับในการเลือก 11 ตัวจริงลงไปในสนาม ดูบอลสด