หมียังไม่ฟื้น แอต.มาดริดเศร้าโดนสองโทษพาเจ๊าเลบันเต้ไม่มีชัย3เกมติด

หมียังไม่ฟื้น

หมียังไม่ฟื้น “ตราหมี” รีบฟอร์มไม่ขึ้นข้างหลังโดนสองจุดลูกโทษพาทีมบุกเจ๊า เลบันเต้ 2-2 ไม่มีชัยมา 3 เกมติดรวมทุกรายการ

หมียังไม่ฟื้น แถมโชคร้าย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ มาโดนไล่ออกจากสนามเก็บเพิ่มเป็น 19 คะแนนยึดชั้น 6 ตามหลัง เรอัล โซเซียดัด ผู้นำฝูงอยู่ 5 แต้มแต่ว่าแข่งขันน้อยกว่า 1 นัดหมาย ในศึกบอล ลาลีกา ประเทศสเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ส่วน โรเกร์ มาร์ตี้ กับ เซร์คิโอ ปอสติโก้ จำต้องทดลองความฟิต ทางด้าน แชมป์เก่า แอตเลติโก มาดริด กลุ่มชั้น 4 บนตารางคะแนนลา ลีกา ของผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ พึ่งเสีย โตม่าส์ เลอมาร์ ไปจากการบาดเจ็บอีกสมทบ มาร์กอส ยอเรนเต้ กับ สเตฟาน ซาวิช แล้วก็จะต้องเช็คความฟิตของ เจฟเฟรย์ กอนด็อกเบีย

5 นาทีผ่าน “ตราหมี” ทักก่อนเป็นบอลกึ่งกลางสนามของ เฮคเตอร์ เอร์เรร่า ตักขึ้นมาหน้ากรอบจุดโทษถึง ชูเอา เฟลิกซ์ พักอกก่อนตวัดด้วยขวาติดเซฟ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ ตะปปทิ้งจวนเจียน

นาทีที่12 แอตเลติโก มาดริด ทะยานออกนำ 1-0 จากลูกเตะมุมทางด้านซ้าย อองตวน กรีซมันน์ เก็บตกหยอดบอลไปเสาไกลถึง เฟลิเป้ กระแทกย้อนคืนมาเข้าทาง กรีซมันน์ โฉบมาโหม่งผ่านมือ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ ตุงตาข่าย

กลางทางผ่าน เจ้าถิ่น โต้กลับบ้างเป็นลูกฟรีคิกทางด้านซ้ายบอลเด้งเข้าจุดโทษมาถึง ออสการ์ ดูอาร์เต้ เอียงตัวหวดด้วยซ้ายผ่านบล็อค เฮคเตอร์ เอร์เรร่า เสียดายไปตรงตัว ยาน โอบลัค

ถัดมานาที่่ 35 จากความรู้ความเข้าใจส่วนตัวของ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส พาบอลกระชากสวนขึ้นมาจากดินแดนตนเองได้โอกาสครอสไปติดหัว เฮคเตอร์ เอร์เรร่า เปลี่ยนแปลงทางหวุดหวิดแทงใต้คาน

แม้กระนั้นยังแรงหลุดออกข้างหลัง จังหวะตลอด เลบันเต้ ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกเตะมุมทางด้านซ้ายบอลโกลาหลในจุดโทษก่อนเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ไปเสียท่าหวดใส่ รูเบน เวโซ่ หล่นในจุดโทษ ผู้ตัดสิน เป่าเป็นจุดลูกโทษโดยทันที เอนิส บาร์ดี รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

หมียังไม่ฟื้น

หมียังไม่ฟื้น หมดครึ่งเวลาแรก เลบันเต้ 1 แอตเลติโก มาดริด 1

60 นาทีผ่าน “ตราหมี” เพียรพยายามรีบฟอร์มหากแม้ครอบครองบอลมากยิ่งกว่าแม้กระนั้นจังหวะยิงน้อย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ จำเป็นต้องขยับถอด หลุยส์ ซัวเรซ และก็ เฮคเตอร์ เอร์เรร่า ออกมาจากสนามส่ง อังเคล คอร์เรอา กับ โรดริโก้ เด ปอล ลงแทน

แต่ว่าแล้วนาทีที่ 76 กลุ่มเยือน มาได้ทางออกนำจาก โรดริโก้ เด ปอล ฉุดกระชากแหวกขึ้นมาก่อนดีดไซค์ก้อยไถลแนวรับ เลบันเต้ กระเด้งเข้ากรอบจุดโทษถึง มาเธอุส คุนญ่า ซัดลอดขา ไอตอร์ เฟร์นานเดซ ไม่เหลือ

นาทีที่81 ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่ปรึกษา แอตเลติโก มาดริด ออกอาการพร่ำบ่นมาก ผู้ตัดสิน ไม่คอยช้าให้ใบเหลืองลำดับที่สองแปลงเป็นใบแดงจำต้องขึ้นไปคุมกลุ่มบน อัฒจันทร์ ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

ก่อนจบเกมนาทีที่ 86 เลบันเต้ มาได้จุดลูกโทษครั้งลำดับที่สองในเกมนี้เป็น เรนาน โรดี้ บากบั่นมาช่วยสกัดโชคร้ายบอลไปโดนแขน ผู้ตัดสิน ขอออกไปดู วีเออาร์ หันหลับมาเป่าให้โดยทันที เอนิส บาร์ดี ยิงเข้าไปอย่างเดิม ต่อไปไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม เลบันเต้ 2 แอตเลติโก มาดริด 2

หมียังไม่ฟื้น

“กรีซมันน์-ซัวเรซ”จับคู่บู๊! แอต.มาดริดหมายขย้ำเบติสเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจ

“ตราหมี” แอต.มาดริด นัดหมายปัจจุบันสะดุดเสมอแบบน่าเจ็บปวด ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เน้นนัดหมายนี้ใส่ “กรีซมันน์-ซัวเรซ” เปิดรังฉะ เรอัล เบติเตียนส ที่อยากความมีชัยเหมือนกัน สำหรับเพื่อการชิงชัยบอลลาลีกา ประเทศสเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 31 ต.ค. 2564

“ตราหมี” ภายใต้การนำกองทัพของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่มีชัยเป็นเกมที่ 3 ต่อเนื่องกันข้างหลังถูก เลบันเต้ ไล่เจ๊า 2-2 ในเกมลีกปัจจุบันเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ ความพร้อมเพรียงปัจจุบัน โชโล่ จะขาดก็แต่เพียงพวกที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วอย่าง มาร์กอส ยอร์เรนเต้ กับ สเตฟาน ซาวิช แค่นั้น

นอกเหนือจากนี้ฟิตพร้อมลงกู้วิกฤต ภายใต้ระบบ 3-4-2-1 ตำแหน่งสามกองหลังตัวกลาง เป็น เฟลิกระเป๋า, โฮเซ่ คิเมเนซ แล้วก็ มาริโอ เอร์โมโซ่ ลงเล่นด้วยกัน วิงแบ็กสองฝั่งใช้ คีแรน ทริปเปียร์ กับ ยานนิค การ์ราสโก้

คู่กองกลาง โกเก้ กับ โรดริโก้ เด ปอล รับหน้าที่เหมือนเคย หน้าต่ำใช้ ชูเอา เฟลิกซ์ ติดต่อประสานงาน อองตวน กรีซมันน์ ด้านหน้าเป้านั้นเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าจอมโหดเหี้ยม ลงล่าตาข่าย

มานูเอล เปเยกรินี่ นายใหญ่ชาวประเทศชิลี ของ เรอัล เบติส พาทีมโชว์ฟอร์มแจ่มสุดๆข้างหลังเปิดบ้านกระหน่ำ บาเลนเซีย 4-1 พร้อมเก็บชัยได้เป็นนัดหมายที่ 3 จาก 4 เกมข้างหลัง ภาวะกลุ่มปัจจุบันไม่มีปัญหาอะไรเสริมเติมแถมจะได้ เอ็ดการ์ กอนซาเลซ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยกลุ่มได้อีกที

แต่ว่าคาดว่า เปเยกรินี่ จะยังยึดนักฟุตบอลชุดเดิมลงสู่สนามเป็นหลักนำกลุ่มมาโดยหน้าเป้า บอร์ฆา อิเกลเซียส ที่โชว์ฟอร์มฮอตเหมาผู้เดียว 2 ประตูในเกมปัจจุบัน รวมทั้งบรรดาแกนหลักทั้งหลายแหล่ไม่ว่าจะเป็น เคลาดิโอ บราโว่, เอคตอร์ เบเยริน, กุยโด้ โรดริเกซ, วิลเลี่ยม การ์วัลโญ่, โรดรี้ ซานเชซ, เซร์คิโอ กานาเลส แล้วก็ผู้นำกองทัพคนเก่ง นาบิล เฟคีร์

https://www.dalintober.com/