แม้ว่าจะเป็น ตัวแสบซัดให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน แต่อีกฝ่ายแงะรัวสามเม็ดรวด

แม้ว่าจะเป็น

แม้ว่าจะเป็น ยึดรองผู้นำฝูงแน่น มี 63 คะแนนตาม หัวหน้าฝูง “เรือใบสีฟ้า” 11 คะแนน 

แม้ว่าจะเป็น ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง สเปอร์ส กลุ่มชั้น 7 ของตารางเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง ของผู้จัดการทีม โชเซ่ มูรินโญ่ พา ไก่เดือยทอง เก็บ 4 แต้มจาก 2 นัดหมายปัจจุบันในลีก เกมนี้จัดแนวรุกเต็บสูบนำโดน ซน ฮึงมิน ผนึกกำลังกับ ลูคัส มูร่า รวมทั้ง แฮร์รี่ เคน เวลาที่คู่เซ็นเตอร์ใช้ดาวรุ่งอย่าง โจ โรดอน คู่กับ เอริค ดายเออร์

ด้าน ผีแดง ของที่ปรึกษา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีมเก็บชัยได้ 2 นัดหมายปัจจุบัน เกมนี้ไม่มีปัญหาการจัดกองทัพเพิ่มอีกแนวรุก นำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส ติดต่อประสานงานร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, ปอล โดยมี เอดินสัน คาวานี่ ลงล่าตาข่าย ส่วนผู้เฝ้าประตูยังคงใช้ ดีน เฮนเดอร์สัน ลงเฝ้าเสาก่อน เดบิด เด เคอา

ครึ่งแรกเริ่มมาสองนาทีเปลี่ยนเป็น ที่ได้ทักก่อนเมื่อ ซน ฮึง มิน ส่งบอลให้ ลูคัส มูร่า ได้ซัดด้วยขวาบอลไปไถล ลุค ชอว์ ออกหลังไป แม้ว่าจะเป็น นาทีที่ 34 เมื่อ ปอล แทงบอลทะลุช่องอย่างงามให้ เอดินสัน เพิ่มเติมขึ้นมาตวัดยิงด้วยเท้าซ้าย บอลลอดตัว อูโก้ โยริส ตุงตาข่ายเป็นระเบียบ

แม้ว่าจะเป็น

แม้กระนั้น หลังผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ พบว่ามีจังหวะฟาวส์ที่ผ่านมาก่อน โดยผู้ตัดสินมองดู สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ไปทำฟาวส์ก่อน ด้วยการใช้มือไปฟาดใส่หน้า ซน ฮึง-มิน ทำให้ยึดประตูไป สกอร์ก็เลยยังเจ๊าอยู่ 0-0

เว้นเสียแต่มิได้ประตูแล้ว แมนฯยูไนเต็ด จะต้องมาเสียประตูอีกต่างหาก ในตอนที่ 40 เมื่อเปิดเกมบุกขึ้นมา บอลเริ่มจาก โจวานี่ โล เซลโซ่ วางบอลเข้ากรอบจุดโทษให้ แฮร์รี่ เคน

ติดบอลให้ ลูคัส มูร่า หลุดมาไปที่เสาแรก ก่อนเปิดย้อนมาเสาสองให้ ซน ฮึง-มิน วิ่งมายิงแทรกเสาไปอย่างดีเยี่ยม ขยับสกอร์ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 แทน โชว์ฟอร์มฮอต

แถมนาทีที่ 42 เอดินสัน มาเสียใบเหลือง หลังออกอาการรำคาญ ที่ โจ โรดอน ทำเป็นแกล้งเจ็บ เลยไปรีบดึงตัวขึ้นมา เลยจำเป็นต้องไปปะทะกับ เอริค ดายเออร์ เพิ่มอีกคน ผู้ตัดสินเลยล้วงใบเหลืองดับร้อนให้หัวหอกอุรุกวัยไป

จากนั้นทั้งคู่กลุ่มสู้กันอย่างคู่คี่ใกล้เคียงยังหาจังหวะจบสกอร์แบบกระจ่างกันเกือบจะมิได้ ทำให้หมดครึ่งแรก เป็น เปิดบ้านนำ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 1-0 เริ่มช่วงหลัง ตอน 49 ผีแดงได้ลุ้นหลัง ลุค ชอว์ เปิดเข้าไปในกรอบให้ แอรอน วาน-บิสซาก้า ใส่เข้ามาเพียรพยายามเปิดเข้ากึ่งกลางแต่ว่าลึกไปเข้าซอง อูโก้ โยริส

กลุ่มเยี่ยมได้เสียวอีกหลัง ป็อกบา ผ่านบอลมาให้ เอดินสัน โฉบมาซัดเสาแรก

แม้กระนั้นบอลถากเสาเข้าข้างตาข่ายอย่างโชคร้าย ประมาณ 55 ป็อกบา วางบอลบอลลึกมาเสาไกลถึง แอรอน วาน-บิสซาก้า ก่อนหักเข้ากึ่งกลางให้ สกอตต์ แม็คโทมิเน่ย์ ซัดเสาแรกแม้กระนั้นยังไม่ผ่านมือ อูโก้ โยริช พุ่งปัดออกไปจวนเจียน

ประมาณ 57 แมนฯยูไนเต็ด มาไล่ตีเสมอ 1-1 ได้เสร็จ จากจังหวะต่อบอลกันดี เฟร็ดชิ่งกับ บรูโน่ ก่อนห้องเครื่องบราสิเลี่ยนจะฝากให้ แรชฟอร์ด แล้ววิ่งไปรับบอลก่อนแทงทะลุให้ คาวานี่ หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปซัดติดเซฟ อูโก้ โยริส! แต่ทว่าบอลเด้งมาเข้าทาง เฟร็ด ตามซ้ำเสยเพดานตาข่ายเข้าไป เป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกรอบ 2 ปีกว่าของห้องเครื่องกลุ่มชาติบราซิล

แม้ว่าจะเป็น

นาที 61 เกือบจะแซงขึ้นนำอีกที โอกาสนี้ แซร์ช โอริเย่ร์ เพิ่มเติมขึ้นมาซัดติดบล็อค บอลเลยมาเข้าทาง ซน ฮึง-มิน ดึงเข้าขวาซัดไปติดเซฟของ ดีน เฮนเดอร์สัน

เกมแลกกันสนุกสนานอีกสองนาทีถัดมา กองทัพผีแดง โต้กลับขึ้นมาแทบกลับแซงขึ้นนำเช่นกัน แอรอน วาน-บิสซาก้า ไหลให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กดนอกกรอบแต่ว่าก็ยังโดน โยริช ตีออกไปอีก

ตอน 80 แมนฯยูไนเต็ด มาแซงนำเจ้าถิ่น 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลสั้นๆให้ เมสัน กรีนวู้ด ครอสบอลด้วยซ้ายงามสุดไปหน้าปากประตูให้ เอดินสัน คาวานี่

พุ่งกระแทกเข้าไปอย่างงดงาม ตอนทดเจ็บ ประมาณ 90+5 “ผีแดง” มานำโด่ง 3-1 จากจังหวะที่ ป็อกบา ไหลออกขวาให้ เมสัน กรีนวู้ด ซัดด้วยขวาสุดแรงเกิดยัดเสาแรกเข้าไปอยางเด็ดขาด ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาถอนโกรธแค้นเอาชนะ สเปอร์ส 3-1 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 63 แต้มรั้งรองจ่าฝูงอย่างเดิม! โดยทิ้งอันดับสามอย่าง เลสเตอร์ ถึง 7 คะแนน ส่วนสเปอร์สรั้งชั้น 7 มี 49 คะแนนตามพื้นที่ท็อปโฟร์ถึง 6 คะแนน

  • รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โจ โรดอน, เอริค ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีลอน – ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, ต็องกี เอ็นดอมเบเล่ (เอริก ลาเมล่า น.78) – ลูคัส มูร่า (แกเร็ธ เบล น.82), โจวานี่ โล เซลโซ่ (มูสซ่า ซิสโซโก้ น.61), ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เนมานย่า มาติช น.90), มาร์คัส แรชฟอร์ด (เมสัน กรีนวู้ด น.72) – เอดินสัน คาวานี่ ดูบอลสด